"คู่แข่งมักจะ Call ด้วยมือที่แย่จนถึง River... หน้าที่ของเราคือบังคับให้พวกเขาหมอบในวินาทีสุดท้าย"— Alexander Fitzgerald
สวัสดีเพื่อน ๆ ชาวโป๊กเกอร์ฟอร์เอฟเวอร์ (POKER FOREVER) คุณเคยเจอผู้เล่นที่ชอบ Call ทุกอย่างไหม? พวกเขาคอลตามตั้งแต่ Flop ยัน Turn ด้วยมือคู่กลาง ๆ หรือแค่ Draw แล้วเราก็ต้องยอมแพ้ใน River ไปเอง… นั่นคือปัญหาใหญ่ที่โปรโป๊กเกอร์อย่าง Alexander Fitzgerald ชี้ให้เห็น!
Fitzgerald บอกว่าการที่คู่แข่งชอบ Call บ่อย ๆ นั่นแหละคือ สัญญาณว่าเขาอ่อนแอ และเป็นโอกาสทองที่เราจะใช้กลยุทธ์ Triple Barrel Bluff (บลัฟ 3 รอบ) แบบก้าวร้าวเพื่อ “ต้อน“ พวกเขาให้จนมุม วันนี้เราจะมาเรียนรู้วิธีใช้เทคนิค Check-Raise นำร่องเพื่อกดดันคู่แข่งจนกว่าพวกเขาจะยอมหมอบใน River ครับ!
สถานการณ์ที่เหมาะสม: เลือกเหยื่อและขนาดชิป
กลยุทธ์นี้ทำงานได้ดีที่สุดเมื่อคุณสามารถ Exploit (ใช้ประโยชน์จากความผิดพลาด) ของผู้เล่นที่ชอบ Slow Play มือที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาเร็วเกินไป
- ตำแหน่ง: คุณอยู่ใน Big Blind (BB) และคู่ต่อสู้ Raise มาจากตำแหน่ง Cutoff (CO) หรือ Button (BTN) แล้วคุณ Call ป้องกัน
- ขนาดชิป: เหมาะสมที่สุดคือช่วง 50 ถึง 70 Big Blind ซึ่งเป็นขนาดชิปที่ทำให้การ All-in ใน River สร้างความกดดันสูงสุด
- เป้าหมาย: ผู้เล่นที่อยู่ระดับ Low-stakes ที่ไม่ต้องการถูกคัดออกในช่วงกลางทัวร์นาเมนต์ หรือผู้เล่นที่ชอบ Call มากกว่า Raise
Check-Raise ใน Flop: ส่งสัญญาณ ‘อันตราย’ และกำหนด Range ของคู่แข่ง
แทนที่จะแค่ Call คู่ต่อสู้ไปเรื่อย ๆ Fitzgerald แนะนำให้คุณเริ่มแสดงความก้าวร้าวด้วย Check-Raise ทันทีใน Flop แม้จะมีมือที่อ่อนแอ เช่น 9-8 Offsuit บนฟล็อป 7-5-4 (ที่มีโอกาสติด Draw)
- สิ่งที่คู่แข่งคิด: เมื่อคุณ Check-Raise ใน Flop ที่อันตราย คู่แข่งจะรู้ทันทีว่าคุณมี Range ของมือที่แข็งแกร่ง (เช่น Set, Two Pair หรือ Straight/Flush Draw)
- สิ่งที่ได้เรียนรู้: ถ้าคู่แข่ง Call การ Check-Raise ของคุณ มักแปลว่า เขาไม่มีมือที่แข็งแกร่งมาก เพราะบน Flop ที่อันตรายเช่นนี้ ผู้เล่นทั่วไปมักจะ Raise ทันทีเพื่อป้องกันมือของเขา การ Call ของเขาคือการยอมรับว่ามือของเขามีความอ่อนแอ
Bet-Bet-Jam: สร้างความกดดันให้มือคู่กลาง ๆ
เมื่อคู่แข่ง Call การ Check-Raise ของคุณแล้ว พวกเขามักจะเหลือมือคู่กลาง ๆ (เช่น 9s, 10s, Top Pair ที่คิกเกอร์ห่วย) ที่กำลังภาวนาขอให้ได้ดู Showdown ราคาถูก
- Turn (รอบที่สอง): Bet ต่อเพื่อรักษาความกดดัน ไพ่ที่ออกมาใน Turn ส่วนใหญ่มักเป็น Overcard (ไพ่ใหญ่กว่า Flop) ซึ่งจะทำให้มือคู่กลาง ๆ ของคู่แข่งรู้สึกว่าสถานการณ์แย่ลงเรื่อย ๆ
- River (รอบที่สาม): Jam (All-in) เมื่อคุณทำ Action มาสองรอบก่อนหน้า พอตจะใหญ่มากจนการ Call All-in ด้วยมือคู่กลาง ๆ จึงเป็นเรื่องที่ยากเกินกว่าที่พวกเขาจะทนรับไหว พวกเขาจะถูกบีบให้ หมอบ (Fold) เพื่อรักษาสเต็กของตัวเองไว้
ทำไม Bluff นี้ถึงทำงานได้ดี: การ Exploit จุดอ่อนทางจิตวิทยาของคู่แข่ง
กลยุทธ์นี้ประสบความสำเร็จเพราะเป็นการ Exploit จุดอ่อนทางจิตวิทยาของผู้เล่นทั่วไป:
- ความกลัวการ Bust: ผู้เล่นทัวร์นาเมนต์กลัวการถูกคัดออกเป็นพิเศษ และการเผชิญหน้ากับ All-in ในพอตที่ใหญ่โตจะทำให้พวกเขากลัวมากขึ้นไปอีก
- การเล่นเร็วเกินไป: ผู้เล่นทั่วไปมักจะ Fast Play มือที่แข็งแกร่งจริง ๆ ของตัวเอง (เช่น Sets, Two Pairs) ตั้งแต่ Flop ทำให้ Range ของพวกเขาที่ Call ตามมานั้น อ่อนแอลง ทันทีที่เรา Check-Raise
- การขาดความน่าเชื่อถือใน River: คู่แข่งของคุณไม่เชื่อว่าคุณจะกล้า Bluff ต่อเนื่องถึง 3 รอบ และเมื่อคุณทำ พวกเขาก็จะไม่สามารถหาเหตุผลทางกลยุทธ์มา Call ได้
บทสรุป กลยุทธ์ Triple Barrel Bluff ที่โหดที่สุด
Alexander Fitzgerald สอนเราว่า อย่ามองว่าการที่คู่แข่ง Call บ่อย ๆ คือจุดที่น่าหงุดหงิด แต่มันคือ โอกาสในการทำกำไร ครับ
จงกล้าที่จะใช้ Triple Barrel Bluff และ Check-Raise อย่างมีเหตุผลเมื่อคุณรู้ว่ากำลังเผชิญหน้ากับผู้เล่นที่ Call มากเกินไป การกดดันอย่างต่อเนื่องนี้เอง ที่จะเปลี่ยนผู้เล่นที่ “ไม่ยอมหมอบ” ให้กลายเป็นเครื่องจักรที่หมอบอย่างสม่ำเสมอใน River ครับ!
แหล่งที่มา : คลิก
ปิดท้ายกันด้วยข่าวดีสำหรับสายเกมกีฬาโป๊กเกอร์ออนไลน์! POKER FOREVER ขอมอบความสนุกแบบจัดเต็มกับ ทัวร์นาเมนต์ฟรีทุกสัปดาห์ พร้อมแนะนำหลากหลายแอปพลิเคชันให้เพื่อนๆ ได้เลือกเล่นตามสไตล์ที่ชอบ “คลิก” เพื่อเริ่มความสนุกได้เลย!
หรือถ้าใครอยากเพิ่มสกิล ค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับโป๊กเกอร์เพิ่มเติมกด “ที่นี่” เพื่ออ่านบทความน่าสนใจอีกมากมายจากเรา!



